หลายคนมักใช้คำว่า บ้าน เป็นตัวแทนของ พื้นที่ว่างที่ใช้แสดงความคิด ทัศนคติและความเป็นตัวตนทาง Internet แต่สำหรับฉันนิยามของมันน่าจะเป็นเหมือน “ห้องรับแขก” ห้องหนึ่งที่ใช้ต้อนรับผู้คนที่คุ้นเคยรวมถึงผู้คนแปลกหน้าเท่านั้น แม้ห้องรับแขกห้องนี้จะไม่กว้างใหญ่เท่าบ้านของใครๆอีกหลายคน อาจไม่มีมุมที่หลากหลายให้ผู้เข้ามาเยือนเลือกนั่ง และอาจจะมีผู้เข้ามาเยี่ยมเยียนไม่คึกคักนักหรืออาจจะไม่มีเลย แต่อย่างน้อยหากมีใครสักคนเดินผ่านมาในห้องรับแขกนี้ ฉันก็หวังว่าผู้มาเยือนจะพอได้กลิ่นอายของเจ้าของบ้านและพอจะเข้าใจได้บ้างว่าเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นคนอย่างไร และหากได้มีโอกาสเดินผ่านห้องอื่นๆ ฉันก็หวังว่าผู้มาเยือนจะสังเกตุเห็นว่า ห้องรับแขกเล็กๆห้องนี้และห้องอื่นๆในบ้านนั้น ได้ถูกตกแต่ง ดูแลและเอาใจใส่จากเจ้าของบ้านคนเดียวกัน
นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ ห้องรับแขกห้องเล็กๆห้องนี้นี้มีการเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านี้มีการปรับเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอก เสียเวลาตกแต่งไปก็ไม่ใช่น้อยเนื่องจากเจ้าของบ้านเองก็ไม่สู้ถนัดกับงานประเภทนี้สักเท่าไรนัก ส่วนสาเหตุที่ทำให้ต้องมีการลุกขึ้นมาจัดการห้องรับแขกห้องนี้อีกรอบ ทั้งๆที่สีซึ่งเพิ่งจะทาเสร็จไปในครั้งที่ 2 ยังไม่ทันจะแห้งนั้นก็เป็นเพราะว่า เมื่อทาสีทั้งหมดเสร็จและหวังว่ามันน่าจะสมบูรณ์สวยดี เพื่อนบ้านที่ชอบพอกันและมาเที่ยวบ้านหลายครั้งก็ดันมาสังเกตุเห็นว่าห้องรับแขกห้องนี้มีหลายอย่างที่ขัดกับห้องอื่นๆในบ้าน
หลังจากฉันซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเดินสำรวจรอบๆบริเวณทั้งภายในและภายนอกก็พบว่า ห้องรับแขกห้องนี้ไม่ใช่ห้องเดียวที่มีความแปลกและขัดหูหัดตา ห้องอื่นๆภายในบ้านก็ดูเหมือนจะมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เข้ากันเลย ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัวและแม้แต่ห้องน้ำ ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะตกแต่งโดยใส่อะไรหลายๆอย่างเข้าไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้ตัว
หากบ้านสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านได้จริง คำถามก็คือ แล้วเจ้าของบ้านหลังนี้หล่ะเป็นคนอย่างไร ตอนนี้ภายในบ้านมีเพียงห้องสองห้องเท่านั้นที่เจ้าของบ้านจะสามารถยึดถือเป็นหลักในการตกแต่งห้องอื่นๆที่เหลือหลังจากที่ได้มีการรื้อถอนอะไรหลายๆอย่างออกไป สองห้องที่ว่านี้ก็คือ “ห้องเก็บของและห้องพระ” ในระหว่างตกแต่งและดูแลห้องรับแขกห้องนี้รวมถึงห้องอื่นๆ คงมีนับครั้งไม่ถ้วนที่เจ้าของบ้านจะต้องเดินไปยังห้องเก็บของซึ่งเป็นห้องใต้ดินมืดๆ เพื่อค้นหาของเก่าๆบางอย่าง
ซึ่งนี้ก็คงเป็นที่มาและเป็นสาเหตุอันสำคัญของการปรับเปลี่ยนห้องรับแขกห้องนี้อีกครั้งรวมถึงบ้านทั้งหลังเพื่อให้มันสามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น และทำให้ผู้มาเยือนรวมถึงเพื่อนบ้านหลายๆคนพอที่จะเข้าใจและปรับตัว อีกเพียงครั้งเดียวไปกับตัวตนของเจ้าของบ้านหลังนี้
บ้านสักหลัง ———- คงจะดีหากบ้านหลังหนึ่งจะถูกปลูกโดยที่เจ้าของบ้านอยู่แล้วรู้สึกสบายใจปลอดภัย มีความเป็นอิสระส่วนตัว และมีความเป็นเอกเทศ แต่คงไม่ดีแน่หากห้องหลายๆห้องในบ้านหลังหนึ่งจะถูกออกแบบเพื่อให้รับกับผู้มาเยี่ยมเยือน หากยังปล่อยให้ห้องหลายๆห้องมีความแตกต่างกัน เจ้าของบ้านก็คงยังต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลือกห้องให้เหมาะกับผู้มาเยือนเหล่านั้น กลับกันพวกเขาเหล่านี้ก็คงไม่มีวันจะสามารถเดินเยี่ยมชมบ้านได้ทั้งหลัง และคงไม่มีวันเข้าใจหากพบว่ามีหลายๆห้องของบ้านถูกออกแบบและตกแต่งต่างไปจากห้องที่เจ้าของบ้านเคยใช้รับรองอย่างสิ้นเชิง
It’s a good metaphor.
I like the way you compare
our characteristic as a “HOME”
Two thumbs up !!!
Ps. Personally, mine is a “BOOK”.
By: Bratz (ole) on กรกฎาคม 26, 2007
at 9:04 pm
Thank you for the comment. Long time no reply.
Glad to know that you like it. Though we talk everyday,
I still love you to come and visit the place. Just wanna share some part that we cannot chat, my dear.
By: Ruttanun on กันยายน 4, 2007
at 4:05 pm