เมื่อเดือนก่อนน้องสาวคนเล็กวิ่งขึ้นบันไดบ้านมาหาฉันพร้อมกับการ์ดเชิญ และนั่นคือที่มาของการไปชมภาพศิลปะที่หอศิลป์จามจุรี
นิทรรศการแสดงภาพเขียนสีน้ำมันและสีอครีลิคบนผืนผ้าใบของคุณมนชัย พิทยวราภรณ์ หรือพี่มน ครูสอนศิลปะของน้องสาวคนเล็ก ภายใต้หัวข้อเรื่อง “ชีวิตในหุ่นนิ่ง” เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความมีเสน่ห์ของตุ๊กตาจีนที่พี่มนพบเห็นจนชินตาในวัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนฯ มาตั้งแต่สมัยยังเด็ก แม้ตุ๊กตาจีนเหล่านี้จะเป็นเพียงหุ่นนิ่งธรรมดาๆในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับพี่มนแล้วนั้น ความมีชีวิตชีวาของตุ๊กตาจีนเหล่านี้กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นให้พี่มนสร้างสรรค์งานศิลปะที่สะท้อนเรื่องราวและรูปแบบการดำเนินชีวิตอันทันสมัยของผู้คน ความคิดความเชื่อที่ปรากฎชัดอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน การผสมผสานกันระหว่างความเก่าของตุ๊กตาอับเฉาจีนและความใหม่ของรูปแบบการดำรงชีวิตทำให้ผู้มาชมงานศิลปะชุดนี้อดประทับใจไม่ได้ในความช่างคิดของจิตรกร

The First Supper By Monchai Pitayawaraporn
แม้ว่าพี่มนจะไม่ใช่คนแรกที่นำเอาตุ๊กตาจีนมาสร้างงานศิลปะ อาจมีศิลปินอีกหลายท่านนักที่นำหุ่นนิ่งเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งในงานของตน แต่จากคำนิยมของอาจารย์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง เราอาจสรุปได้ว่าพี่มนน่าจะเป็นคนแรกที่ทำให้ตุ๊กตาอับเฉาที่มีหน้าที่เล็กๆเพียงถ่วงน้ำหนักในเรือสำเภาจีน ได้กลายมาเป็นพระเอกในงานหลากหลายชิ้น มีชีวิตชีวาและดำรงสภาพเหมือนจริง ทำให้รูปธรรมประจักษ์แก่สายตาคนทั่วไป

Glid the Gold Leaf by Monchai Pitayawaraporn
รูปด้านบนนี้เป็นรูปที่ฉันชอบมากที่สุด เป็นรูปตุ๊กตาอับเฉาห้อยจตุครามรามเทพ อับเฉาทางด้านขวาแม้ห้อยจตุครามแต่ยังคงทำหน้าที่เฝ้าประตูวัดเหมือนเดิม ในขณะที่ทางด้านซ้ายละเว้นจากความรับผิดชอบเดิมมาเปิดร้านให้เช่าองค์จตุครามแทน : ) สำหรับฉันรูปนี้คงสามารถสะท้อนความเชื่อ ความนิยมที่เกี่ยวกับพุทธพานิชย์นี้ได้อย่างชัดเจน คนบางกลุ่มก้อนยอมละทิ้งอาชีพที่ทำมานานของตนและปรับตัวเองเพื่อสนองตอบความต้องการตามกระแสสังคม
นอกจากงานที่มีตุ๊กตาจีนเป็นพระเอกแล้ว พี่มนยังได้ฝากงานน่ารักๆแบบเด็กประถมเอาไว้อีกด้วย รูปแบบเป็นการวาดรูปบนโต๊ะเรียน ที่ทำให้ฉันนึกถึงภาพตัวเองถักสองเปียกำลังเอาสมุดและหนังสือสอดเข้าไปใต้โต๊ะเรียนยามคุณครูเดินจากไปเมื่อหมดชั่วโมง โต๊ะเรียนทั้ง 6 โต๊ะถูกเรียงตามลำดับชั้น ภาพต่างๆพัฒนาตามอายุและชั้นเรียนที่เพิ่มขึ้น

ภาพชั้นประถม 5 By Monchai Pitayawaraporn
จากภาพด้านบนฉันอดถามน้องสาวคนเล็กไม่ได้ว่ารู้จักไม้บรรทัดสีเขียวๆกับวงล้อสีครีมกับสีชมพูหรือไม่ คำตอบที่ได้รับคือ “รู้จัก” แต่นั่นก็เป็นเพราะพี่มนเป็นคนให้ยืมลองใช้ หากไม้ได้เรียนศิลปะกับพี่มนแล้ว น้องของฉันก็คงไม่มีโอกาสได้เล่นไม้บรรทัดมหัศจรรย์ ซึ่งสำหรับฉันแล้วความพิเศษของมันอยู่ตรงที่ความง่ายแต่เป็นระบบ เพียงคุณเอาวงล้อเล็กๆที่แถมมาให้เข้าไปในวงกลมอันใหญ่ในไม้บรรทัด คุณก็จะได้ภาพแบบที่ชีวิตนี้มือของคนธรรมดาๆอย่างฉันมิอาจทำได้ : )

ภาพบรรยากาศภายในงาน
นอกจากที่หอศิลป์จามจุรีจะมีงานแสดงภาพของพี่มนแล้ว ห้องตรงข้ามยังมีงานศิลปะของจิตรกรที่ชื่อประทีป คชบัง ซึ่งรูปแบบการแสดงมีความแตกต่างกันออกไป งานที่น่าสนใจคือการวาดภาพด้วยปากกาลูกลื่นสีต่างๆทั้งสีดำ แดง และน้ำเงิน ซึ่งแน่นอนการวาดรูปด้วยปากกาลูกลื่นย่อมยากและต้องใช้ความพยายามมากกว่าดินสอในความรู้สึกของฉัน นอกจากปากกาจะไม่สามารถสร้างมิติได้อย่างดินสอแล้ว ยังลบยากกว่าอีกเป็นไหนๆ และงานอีกชิ้นที่โดดเด่นคืองานชุด “การเดินทางสู่โลกหน้า” ซึ่งมีความชัดเจนในรูปแบบและแนวคิด สามารถสะท้อนสังคมปัจจุบันที่เน้นให้เห็นถึงการลดหย่อนทางศิลธรรมจรรยา ความยั่วยุอารมณ์ ความมึนเมาทางด้านกามคุณ ซึ่งปะปนกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นในมนุษย์หรือสัตว์
แม้ว่าความแตกต่างในงานศิลปะของพี่มนและคุณประทีบจะมีให้เห็นกันได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะรูปแบบการนำเสนอที่มีความรุนแรงมากน้อยต่างกันไป แต่หากวัตถุประสงค์ของการดูงานศิลปะสักชิ้นที่นอกเหนือจากการเสพความงามคือการยกระดับจิตใจ และจริยธรรมของผู้เสพแล้ว ฉันมองเห็นว่าจิตรกรทั้งสองท่านนี้ได้เดินอยู่บนเส้นทางเดียวกันและสามารถสร้างสรรค์งานที่บรรลุเป้าหมายนี้ได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยที่สุดงานหลายๆชิ้นก็ทำหน้าที่รับใช้สังคมและทำให้คนธรรมดาๆอย่างฉันสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่ยากนัก
“Life in Still-Life” By Monchai Pitayawaraporn
Nov 19th – Dec 06th, 2007 At Jamjuree Art Gallery, Chulalongkorn University
ปล: ขอบคุณความมีอัทธยาศัยดีของพี่มน และขอขอบคุณความชัดเจนของคุณประทีบ สุดท้ายขอบคุณ คุณ อนุพงษ์ จันทร “เรายังสนับสนุนคุณอยู่สำหรับภาพภิกษุสันดานกาค่ะ : ) “
เป็นงานศิลปะที่น่าสนใจมาเลยครับ ผมเองก็ชอบภาพที่ตุ๊กตาอับเฉาห้อยจตุคามฯ มันมีความเป็น serrealist นิดหน่อยพองาม
By: ร on ธันวาคม 1, 2008
at 11:57 pm